![]() การปกครอง-ศาสนา พันตำรวจโท ทักษิณ ชิ.. ผู้หญิงกับศาสนาพุทธใ..ประวัติศาสตร์ สมัยกรุงสุโขทัย (123.. สมัยกรุงศรีอยุธยา (1.. ประวัติศาสตร์ชาติไทย.. ช่วงการปกครองของกรุง.. พระเจ้าตากสินมหาราช..เทศกาลในเมืองไทย ลอยกระทงที่หัวหิน.. วันหยุดวันมาฆบูชาในป.. เทศกาล งานสงกรานต์..วันหยุดราชการ วันฉัตรมงคล.. วันจักรี ประเทศไทย..ราชวงศ์จักรี รัชกาลที่ 1 พ.ศ. 23.. รัชกาลที่ 2 (1809-18.. รัชกาลที่ 3 (1824-1.. รัชกาลที่ 4 (1851-1.. พระบาทสมเด็จพระจุลจอ.. ประวัติศาสตร์หัวหิน .. ประวัติหัวหิน ประเทศ.. พระบาทสมเด็จพระปรเมน.. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอ..![]() ![]() ![]() ไทยแลนด์ > หัวหิน > เกี่ยวกับเมืองไทยพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล (2477-2489)สมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล (รัชกาลที่ 8) ทรงเป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ 2 ของราชวงศ์จักรีที่ทรงขึ้นครองราชย์ภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ในที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ทรงประสูติเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2468 ณ เมืองฮีเดลเบิร์ก ประเทศเยอรมนี ทรงเป็นพระโอรสองค์ที่หนึ่งในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร์ อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก กับสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี โดยมีสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณีวัฒนา เป็นพระขนิษฐาและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช พระเชษฐา ในขณะทรงพระชนมายุเพียง 10 ชันษา ทรงขั้นครองราชย์เป็นพระประมุของค์ที่ 8 ในขณะที่ทรงศึกษาอยู่ ณ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ พระบิดาของพระองค์ทรงเป็นหนึ่งในพระโอรสของพระโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงทำนุบำรุงด้านการแพทย์เป็นอย่างมาก พระมารดาทรงมีพระปรีชาชาญและทรงเสียสละอุทิศตนเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนโดยแท้การขึ้นครองราชย์สมบัติของพระองค์สร้างความประหลาดใจให้กับทั่วโลก ด้วยอยู่ในช่วงเศรษฐกิจชะงักงันไปทั่วโลก รัชกาลที่ 8 ทรงเสด็จเยือนประเทศไทยเมื่อพระชนมายุได้ 13 พรรษาพร้อมด้วยพระมารดา พระภคินี และพระอนุชา ประชาชนชาวไทยต่างตื่นเต้นที่จะได้เข้าเฝ้าพระมหากษัตริย์องค์น้อยผู้ซึ่งเติบโตที่ต่างประเทศ สิ่งที่พวกเค้าประจักษ์คือความสุภาพแต่จริงจัง โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาได้ยินเกี่ยวกับสิ่งที่พระองค์ทรงประทานสัมภาษณ์แก่หนังสือพิมพ์ต่างชาติถึงสิ่งภาระและความรับผิดชอบที่รอคอยพระองค์อยู่ ประชาชนชาวไทยต่างชื่นชมและกล่าวถึงพระองค์อยู่ตลอดเวลา เมื่อพระองค์ต้องเสด็จกลับเพื่อไปทรงศึกษาต่อให้จบ ประชาชนนับแสนต่างก็พากันไปทูลลาและอวยพรให้พระองค์ทรงโชคดีและเสด็จกลับประเทศไทยโดยเร็ว หลังจากนั้น 7 ปี พระบาทสมเด็จอานันทมหิดลก็ทรงเสด็จกลับประเทศไทยเป็นครั้งที่ 2 พร้อมด้วยพระมารดาและพระอนุชา ทูลกระหม่อมภูมิพล พระบาทสมเด็จพระอนันทมหิดล ทรงได้รับการต้อนรับอย่างดีในทุก ๆ ที่ที่ทรงเสด็จ ในส่วนภาระกิจที่เป็นทางการ กษัตริย์พระองค์น้อยจะปรากฎพระองค์ด้วยความเคร่งครึดและสง่าผ่าเผย แต่แผงไว้ด้วยความสุภาพซึ่งมักจะทำให้ประชาชนทั่วไปรักและเคารพในความจริงใจและแน่วแน่ในสิ่งที่พระองค์ต้องการที่จะทำเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ สิ่งที่ประทับใจพสกนิกรอย่างแท้จริงคือความใกล้ชิดและการเสด็จทรงเยี่ยมสถานที่ต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพและพื้นที่รอบ ๆ พระองค์ทรงทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นใจว่าพระมหากษัตริย์ของพวกเขาสามารถปกป้องพวกเขาได้ พระอุปนิสัยส่วนพระองค์จะเป็นคนสุภาพอ่อนโยนและพระองค์จะอยู่ที่บ้านเสมอ เมื่อไหร่ก็ตามที่พระองค์ทรงมีดำรัสต่อประชาชน หนึ่งในความทรงจำคือเมื่อพระองค์ทรงเสด็จเยี่ยมท้องที่ที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 ทรงประธานแก่พระยาราชาเศรษฐี และชุมชนชาวจีน เมื่อตอนที่คนเหล่านั้นย้ายออกไปจากสถานที่ก่อสร้างพระราชวังซึ่งตั้งอยู่ในที่ของพวกเขาเหล่านั้น และพวกเขาก็รับจ้างทำงานและอยู่อย่างสงบสุขตั้งแต่ก่อสร้างกรุงเทพมหานครมา รัฐบาลต้องการที่จะระงับเหตุความไม่สงบด้วยการจับกุมตัวชาวจีนจำนวนหนึ่งซึ่งต้องเป็นคนรับผิดชอบ ถึงแม้ว่าสถานการณ์ใกล้จะควบคุมได้ในไม่ช้า แต่ชาวจีนส่วนมากก็ยังคงแค้นเคืองอยู่ รัชกาลที่ 8 ทรงตัดสินพระทัยที่จะแก้ไขปัญหาและนำความสามัคคีกลับคืนมาเพราะชาวไทยและชาวจีนต่างก็อยู่ด้วยกันด้วยความสงบสุขมาช้านานแล้ว พระองค์ทรงสามารถเรียกร้องให้ชุมชนชาวจีนส่งตัวแทนเข้าไปเจรจาในพระบรมมหาราชวังได้ แต่พระองค์เลือกที่จะเสด็จไปทรงเยี่ยมชุมชนชาวจีนด้วยตัวพระองค์เอง เหตุการณ์นี้ยากที่จะควบคุมได้เนื่องจากสำเพ็งเป็นศูนย์กลางธุรกิจซึ่งมีร้านค้าเรียงรายอยู่สองฝั่งถนน เมื่อข่าวการเสด็จไปถึงสำเพ็งว่า พระบาทสมเด็จพระอานันทมหิดลพร้อมด้วยพระอนุชา สมเด็จพระภูมิพล จะเสด็จเยือนชุมชนชาวจีน ประชาชาชาวจีนและนักธุรกิจใกล้เคียงต่างก็ออกมาแสดงความปิติเป็นล้นพ้น การเตรียมการเพื่อรับเสด็จก็ถูกดำเนินการในทันท่วงที มีการซ่อมถนน ร้านค้าก็พากันตกแต่งหน้าร้านของตัวเอง เด็กและคนชราก็จะออกมาคารวะอยู่ด้านหน้าร้านของตัวเองเพื่อแสดงความเคารพต่อพระมหากษัตริย์ของพวกเขา ในขณะนั้นเองประชาชนชาวไทยก็ได้ประจักษ์ชัดว่าความจงรักภักดีจากใจและความนับถือของชาวจีนต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยก็เป็นเหมือนกับประชาชนชาวไทยทั่วไป พวกเขาจึงได้ลืมในสิ่งที่พวกเขาโกรธแค้นและหยุดความรุนแรงอันจะนำไปสู่สิ่งที่เลวร้ายมากกว่าเดิม พระบาทสมเด็จพระอานันทมหิดลทรงเป็นที่เคารพรักในความสุภาพ จริงใจ และเฉลียวฉลาด วันที่ 9 มิถุนายน 2489 เวลาประมาณ 09.00 น.ข่าวร้ายก็แผ่กระจายออกไป พระบาทสมเด็จพระอานันทมหิดลทรงเสด็จสวรรณคตแล้ว ประชาชนต่างหัวใจแตกสลายและร้องไห้ หลาย ๆ คนไม่เชื่อในข่าวที่ได้ยินมาจวบจนกระทั่งได้มีประกาศออกมาอย่างเป็นทางการทางสถานีวิทยุว่า ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายนของปีนี้ พระบาทสมเด็จพระอานันทมหิดลทรงมีพระอาการปวดพระนาภีอันเนื่องมาจากความเหนื่อยล้าและอาการอ่อนเพลีย แต่ถึงอย่างไรพระองค์ก็ยังทรงงานต่อเนื่อง แต่เนื่องจากสภาพที่เลวร้ายจึงทรงงานภายในพระบรมมหาราชวังไม่เสด็จออกข้างนอกตามหมายกำหนดการณ์ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนปีเดียวกัน พระองค์ทรงตื่นบรรทมเมื่อเวลา 06.00 น. และทรงเสวยน้ำมันพริกไทยป่นซึ่งทรงเสวยเป็นประจำทุกเช้าอยู่แล้วก่อนที่จะเสด็จบรรทมอีกรอบ เวลาประมาณ 09.00 น.มหาดเล็กก็ได้ยินเสียงปืนจากด้านใน ซึ่งก็มีการสืบสวนทันทีแล้วก็ได้พบว่าพระบาทสมเด็จพระอานันทมหิดลทรงบรรทมบนเตียงนอนโดยมีพระโลหิตไหลออกมาและทรงเสด็จสวรรณคตแล้ว มหาดเล้กก็ได้รายงานไปยังพระมารดา ทันทีที่ทรงทราบข่าวก็เสด็จเข้าดูเหตุการณ์ทันที หลังจากนั้นสมาชิกคณะรัฐมนตรีก็เข้าเฝ้าถวายบังคมพระศพ จากนั้นผู้บัญชาการกรมตำรวจพร้อมด้วยฝ่ายชันสูตรก็ทำการสืบสวนต่อไป เป็นที่คาดกันว่าพระบาทสมเด็จพระอานันทมหิดลทรงเล่นพระแสงที่มีลูกอยู่แล้วเกิดอุบัติเหตุปืนลั่นขึ้น ทั้งประเทศพากันแต่งชุดดำด้วยสภาพจิตใจที่ห่อเหี่ยว ประชาชนที่หัวใจแตกสลายนับแสนคนพากันแสดงความเคารพเป็นครั้งสุดท้ายต่อกษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่งของพวกเขา หลาย ๆ คนเดินทางมาพร้อมกับน้ำตาเป็นแรมเดือนเพื่อเข้าไปยังพระบรมมหาราชวังซึ่งเป็นสถานที่เก็บพระศพ ถึงแม้ว่ารัชสมัยของพระองค์จะสั้นและจำเป็นต้องมีคณะผู้สำเร็จราชการแทนตั้งแต่ทรงพระเยาว์ แต่กระนั้นพระองค์ก็ยังทรงจัดการปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างดี ด้วยบุคลิกภาพที่อบอุ่บและงดงามของพระองค์จึงทรงเป็นที่รักและเคารพนับถือของปวงชนชาวไทย ในความทรงจำของปวงชนชาวไทยต่อพระบาทสมเด็จพระอานันทมหิดลนั้นจะยังคงเจิดจ้าในใจของปวงชนชาวไทยตราบนานเท่านาน |
|